Blog

19/03/2019

การป้องกันการติดไฟ และการระเบิด

  • Share

องค์ประกอบ 3 อย่างที่ทำให้เกิดการจุดติดไฟ ซึ่งจะมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. มีสารไวไฟในปริมาณเพียงพอที่จะจุดติดไฟได้ (Flammable Material in Ignitable Quantities)
  2. มีออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอให้เกิดการเผาไหม้ (Oxygen)
  3. มีแหล่งจุดติดไฟ (Ingition Source) ทำให้เกิดพลังงานความร้อนที่มากพอกับส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศ ซึ่งการจุดไฟนี้สามารถเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ เช่นเปลวไฟ การสปาร์กของอุปกรณ์ไฟฟ้า ความร้อนสูงสะสม และการถ่ายเทประจุจากไฟฟ้าสถิตย์ เป็นต้น

สารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการจุดติดไฟต่างกัน ดังนั้น การมีออกซิเจนการจุดติดไฟและสารไวไฟรวมกันก็อาจจะไม่ทำให้เกิดการระเบิดหรือการลุกติดไฟขึ้นได้ คุณสมบัติที่สำคัญของสารไวไฟที่ปนเปื้อนในอากาศและทำให้เกิดสภาพบรรยากาศที่จุดติดไฟได้ (Explosive Atmosphere) จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5ประการ ดังนี้

  1. Lower Explosive Limit (LEL) คือ ปริมาณเปอร์เซ็นต์ของแก๊สหรือไอระเหยขึ้นต่ำที่ผสมกับอากาศ จนเกิดเป็นส่วนผสมที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดการระเบิดได้ (Explosive mixture) แต่ถ้ามีปริมาณเปอร์เซ็นต์ของแก๊สไวไฟเจือปนในอากาศเข้มข้นน้อยกว่านี้จะไม่เพียงพอให้จุดติดไฟได้
  2. Upper Explosive Limit (UEL) คือปริมาณเปอร์เซ็นต์ของแก๊สหรือไอระเหยมากที่สุดที่ผสมกับอากาศจนเกิดเป็นส่วนผสมที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดการระเบิดได้ (Explosive mixture) แต่ถ้ามีปริมาณเปอร์เซ็นต์ของแก๊สไวไฟเจือปนในอากาศเข้มข้นมากกว่านี้ก็จะไม่เพียงพอให้จุดติดไฟได้เช่นกัน

3. Flash Point คือ ค่าอุณหภูมิต่ำสุดที่ทำให้สารไวไฟในสภาพของเหลวเกิดระเหยจนกลายเป็นไอระเหยในปริมาณเพียงพอให้เกิดการจุดไฟได้เหนือของเหลวนั้นๆ ของเหลวที่มีค่า Flash Point ต่ำกว่า 37.8C (100F) จะเรียกว่า Flammable Liquid ส่วนของเหลวที่มีค่า Flash Point สูงกว่า 37.8C (100F) จะเรียกว่า Combustible Liquid ถ้าเราจัดเก็บหรือใช้สารไวไฟในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าค่า Flash Point ก็จะไม่ทำให้เกิดสภาพของพื้นที่อันตรายขึ้นได้
4. Auto-Ingnition Temperature คือ อุณหภูมิต่ำที่สุดที่ทำให้แก๊สหรือไอระเหยของสารไวไฟซึ่งผสมอยู่ในบรรยากาศจะเกิดลุกติดไฟได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีประกายไฟ ในพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของแก๊สหรือไอระเหยของสารไวไฟ ถ้ามีการใช้งานเครื่องจักรกลหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดความร้อนสูงที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง (Hot Spot) โดยความร้อนที่เกิดขึ้นนี้มีอุณหภูมิสูงกว่าค่า Auto-Ingnition Temperature ของแก๊สหรือไอระเหยนั้นๆ อาจจะทำให้สารไวไฟในบรรยากาศเกิดการลุกติดไฟขึ้นเองได้เช่นกัน
5. Vapor Density คือ ความหนาแน่นของแก๊สหรือไอระเหยของสารไวไฟเมื่อเทียบกับอากาศ ถ้าค่าความหนาแน่นของแก๊สหรือไอมากกว่า 1.0 แสดงว่า แก๊สหรือไอนี้หนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดมีการรั่วไหล แก๊สหรือไอนี้จะลอยอยู่ในระดับต่ำ แต่ถ้าค่าความหนาแน่นของแก๊สหรือไอน้อยกว่า 1.0 แสดงว่าแก๊สหรือไอชนิดนี้เบากว่าอากาศ เมื่อเกิดมีการรั่วไหลแก๊สหรือไอนี้จะลอยขึ้นสูง ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่สุ่มเสียงที่อาจจะมีไอระเหยของสารไวไฟ ขอให้เราตระหนักถึงหลักการและเหตุผล รวมถึงองค์ประกอบที่ได้แนะนำไว้เพื่อทำให้เราปลอดภัยจากไอระเหยของสารไวไฟ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่เราทุกคนไม่ปรารถนา
***อ้างอิงข้อมูลจาก IEC, NEC และข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม, Orange Innovation

Uncategorized
บริษัททองประเสริฐชัยจำกัด
About บริษัททองประเสริฐชัยจำกัด

Scroll Up